เรื่องที่ 99 ทนายสอนน้อง ...เรื่องบอกลูกหนี้ให้สู้ (ตาย)


               ท่านผู้อ่านที่เคยไปทำสัญญากู้เงินไว้ อ่านตรงนี้ก่อน แล้วค่อยตรวจดูว่าท่านได้ถูกเจ้าหนี้เอาเปรียบนำสัญญากู้เงินที่ท่านลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้กู้ มาฟ้องเป็นคดีอย่างนี้หรือไม่
               ถ้าจะพูดถึงหลักกฎหมายในเรื่องกู้ยืมเงินกันแล้ว ก็คงหนีไม่พ้น ป.พ.พ.มาตรา 653 ที่วางหลักไว้ว่า “การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่”
               จากหลักกฎหมายดังกล่าว เดิมกำหนดจำนวนเงินกู้กันไว้ที่ 50 บาท ถ้าจะทำการกู้ยืมกันแล้วก็ต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือเอาไว้ เพื่อมิให้ลูกหนี้เบี้ยว จะได้มีหลักฐานเป็นหนังสือนำมาฟ้องลูกหนี้ให้รับผิดชดใช้หนี้กันได้ แม้ถึงจะมีหลักฐานเป็นหนังสือเจ้าหนี้ก็ยังคงถูกลูกหนี้เบี้ยวหนี้อยู่เป็นประจำ ทำให้คดีประเภทกู้ยืมเงินเป็นคดีที่ขึ้นสู่ศาลมากที่สุดประเภทหนึ่ง จนบางครั้งเมื่อถูกลูกหนี้เบี้ยวหนี้อยู่บ่อยๆ เจ้าหนี้เลยให้ลูกหนี้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญากู้เงินเพียงอย่างเดียว โดยมิได้มีการลงข้อความใดๆ ไว้เลย และลูกหนี้ที่มาขอกู้ยืมเงินก็จำต้องยอมทำตามที่เจ้าหนี้กำหนดไว้ และให้เจ้าหนี้เก็บหลักฐานการกู้ยืมเงินไว้ เมื่อเจ้าหนี้ถูกเบี้ยวหนี้ก็นำหลักฐานการกู้ยืมเงินนั้นมากรอกข้อความเอาเอง บางที่ก็บวกดอกเบี้ยที่คิดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดรวมอยู่ในต้นเงินในสัญญากู้นั้นด้วย เพื่อให้บังคับดอกเบี้ยในส่วนนี้ได้ และระบุอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ในสัญญาแทน แล้วก็นำมาฟ้องเป็นคดี ฝ่ายลูกหนี้คงทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าไปเอาเงินเค้ามาจริงๆ และมีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อันเป็นที่ยอมรับกันระหว่างทั้งสองฝ่าย “อยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องเอาเองซิ”
               ผลสุดท้าย ต้องมานั่งน้ำตาตกในเพราะกู้เงินเพียง 10,000 บาท แต่ถูกฟ้องเป็นแสนๆ (แสนสาหัส) ก็เพราะหลักฐานการกู้เงินไม่ได้กรอกข้อความใดๆ ไว้แต่ต้นนั้นเอง เจ้าหนี้จึงได้ไปกรอกข้อความเอาเองตามใจจะชอบ
               ดูๆ ไปแล้วก็อดนึกสงสารพวกลูกหนี้เหล่านี้ไม่ได้นะครับ จึงจำเป็นต้องนำข้อกฎหมายในเรื่องนี้มาบอกให้ลูกหนี้สู้
               เกี่ยวกับการต่อสู้คดีลักษณะนี้ เมื่อเจ้าหนี้นำหลักฐานแห่งสัญญากู้เงินมากรอกข้อความเอาเองแล้วนำมาฟ้อง ดังนั้นข้อต่อสู้คดีประเภทนี้นับว่ามีความสำคัญ เพราะจะมีผลเกี่ยวพันถึงการแพ้ชนะคดีกันเลยทีเดียว
               กรณีการนำหลักฐานสัญญากู้ยืมที่ลงลายมือชื่อผู้ยืมมาฟ้องลักษณะนี้ การนำสืบหักล้างพยานเอกสาร ตามกฎหมายแห่ง ป.วิ.แพ่ง มาตรา 94 บัญญัติ “ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร เมื่อไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงหรือขอสืบพยานบุคคล เพื่อเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อความในเอกสารนั้น” อันนี้คือหลักแต่ก็มีกรณียกเว้นไว้ในวรรคสองว่า “สามารถนำสืบพยานบุคคลได้ ในกรณีที่จะนำพยานบุคคลมาประกอบข้ออ้างว่า
                       1) พยานเอกสารนั้นเป็นเอกสารปลอม
                       2) พยานเอกสารนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วน
                       3) สัญญาหรือหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น ไม่สมบูรณ์หรือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด”
               สรุป ความในมาตรา 94 ดังกล่าวหมายความว่า “หากเป็นการสืบพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลง 
แก้ไขเอกสารนั้นทำไม่ได้ แต่ถ้าหากเป็นการสืบหักล้าง หรือทำลายเอกสารนั้น ตามเหตุผลข้อ 1-3) ดังกล่าวแล้วสามารถทำได้ครับ
               อย่างตัวอย่างที่ผมยกมาพูดในวันนี้ว่า หลักฐานสัญญากู้ไม่ได้กรอกข้อความใดๆ มีแต่ลายมือชื่อของผู้กู้เท่านั้น ถ้าเจ้าหนี้นำหลักฐานแห่งสัญญากู้นี้ไปกรอกข้อความ แล้วนำมาฟ้องเป็นคดีบังคับให้ชำระหนี้แล้ว ข้อต่อสู้ก็คือว่า ลูกหนี้ต้องอ้างเหตุว่าสัญญากู้นั้นปลอม โดยมีเหตุว่าในขณะทำสัญญากู้ ยังไม่ได้มีการกรอกข้อความใดๆ ผู้ให้กู้นำหลักฐานนั้นไปกรอกข้อความจำนวนเงินในช่องว่างไว้ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง การต่อสู้อย่างนี้มีผลทำให้การกู้เงินระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้เป็นการกู้ยืมเงินที่ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาแสดง จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 653 เทียบเคียงคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 2692/2522 “จำเลยกู้เงิน 8,000 บาท โดยจำเลยลงชื่อในช่องผู้กู้และมิได้กรอกข้อความใดๆ ในสัญญากู้ ต่อมาโจทก์จึงกรอกข้อความในสัญญากู้เป็นจำนวนเงิน 80,000 บาท แล้วนำมาฟ้องเรียกเงินตามสัญญากับจำเลย สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์ไม่อาจแสดงสิทธิจากเอกสารปลอมได้ ถือได้ว่าการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 653”
               และแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อมา ก็วินิจฉัยในแนวนี้มาโดยตลอดยังไม่เปลี่ยนแปลงครับ/


ชินโรจน์ ศรัณย์สมบัติ (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
E-mail : chinarot@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :