เรื่องที่ 93 ทนายสอนน้อง ...เรื่องทายาทโดยธรรมมีใครบ้าง


               ใครจะเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายหรือเรียกว่าเจ้ามรดกนั้น ต้องเป็นทายาทก่อน ซึ่งทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกนั้นมีสองประเภทคือ ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายเรียกว่า ทายาทโดยธรรม กับทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรม เรียกว่า ผู้รับพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1603 บัญญัติว่า “กองมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายหรือโดยพินัยกรรม”
               ซึ่งในวันนี้ จะมาบอกเล่าเรื่องของ “ทายาทโดยธรรม” ว่ามีใครบ้าง
               ทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 บัญญัติว่า “ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้นและภายใต้บังคับแห่ง มาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ (1) ผู้สืบสันดาน (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน (5) ปู่ ย่า ตา ยาย (6) ลุง ป้า น้า อา คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรมภายใต้บังคับบทบัญญัติพิเศษของมาตรา 1635”
               ถาม : “ทายาทโดยธรรมคือใคร...?”
               ตอบ : “ทายาทโดยธรรมคือ ทายาทที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ให้มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดก 
เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ถือว่าเป็นการรับมรดกโดยผลของกฎหมาย แม้ว่าตนเองจะไม่ประสงค์รับมรดกก็ตาม ซึ่งบุคคลดังกล่าว ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1629 นั้น ย่อมมีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกโดยกฎหมายแบบอัตโนมัติ 
               ถาม : “เฉพาะทายาทโดยธรรมนั้นมีการแบ่งประเภทอย่างไรบ้างหรือไม่...?”
               ตอบ : “ทายาทโดยธรรมนั้น จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวแล้ว แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ทายาทโดยธรรมประเภทญาติของเจ้ามรดก และทายาทที่เป็นคู่สมรสของเจ้ามรดก
               ถาม : “ประเภททายาทที่เป็นญาติของเจ้ามรดกมีใครบ้าง...?”
               ตอบ : “ประเภทที่เป็นญาติของเจ้ามรดกได้แก่ ผู้สืบสันดาน ซึ่งก็คือ (ลูก หลาน เหลน ลื่อ) บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องบิดาเดียวกันหรือ พี่น้องมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา
               ทายาทลำดับที่ (1) ผู้สืบสันดานนั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1631 บัญญัติว่า “ในระหว่างผู้สืบสันดานต่างชั้นกันนั้นบุตรของเจ้ามรดกอยู่ในชั้นสนิทที่สุดเท่านั้นมีสิทธิรับมรดก ผู้สืบสันดานที่อยู่ในชั้นถัดลงไปจะรับมรดกได้ก็แต่โดย อาศัยสิทธิในการรับมรดกแทนที่” ดังนั้น ผู้สืบสันดานตาม ป.พ.พ. มาตรา 
1629 (1) จึงหมายถึงบุตรของเจ้ามรดกเท่านั้น
               ตัวอย่างเช่น นายดำ เป็นเจ้ามรดกมีบุตรคือนายแดง นายแดงมีบุตรคือนายขาว และนายขาวมีบุตรคือนายเหลือง นายเหลืองมีบุตรคือนายม่วง เมื่อนายดำเจ้ามรดกตาย เช่นนี้จะเห็นได้ว่า นายแดงเป็นบุตร นายขาวเป็นหลาน นายเหลืองเป็นเหลน นายม่วงเป็นลื่อ และทุกคนก็เป็นผู้สืบสันดานด้วยกันที่มีสิทธิรับมรดก แต่ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1631 ผู้สืบสันดานที่มีสิทธิรับมรดกคือนายแดงเพราะเป็นบุตรและอยู่ในชั้นที่สนิทที่สุด ส่วนนายขาว นายเหลือง นายม่วงไม่มีสิทธิรับมรดกนายดำเพราะเป็นหลาน เหลน ลื่อ ตามลำดับและเป็นผู้สืบสันดานต่างชั้นกันจะรับมรดกได้ต้องเป็นการรับมรดกแทนที่
               ตัวอย่างเช่น นายดำมีบุตรสองคน คือนายแดงและนายขาว นายขาวมีบุตรหนึ่งคนคือนายเหลือง 
ต่อมานายขาวถึงแก่ความตาย และหลังจากนายขาวตายแล้วต่อมานายดำตาย ดังนี้ ผู้มีสิทธิรับมรดกของนายดำคือ นายแดง ส่วนนายขาวตายก่อนนายดำ หากนายขาวยังมีชีวิตอยู่ย่อมมีสิทธิรับมรดกของนายดำ แต่ปรากฏว่า นายขาวมีบุตรคือนายเหลือง ซึ่งเป็นหลานของนายดำและนายเหลืองยังมีชีวิตอยู่ นายเหลืองเป็นผู้สืบสันดานต่างชั้นกับนายแดงและนายขาว แต่โดยที่กฎหมายบัญญัติว่า ให้มีสิทธิรับมรดกแทนที่ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1639 บัญญัติว่า “บุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตาม มาตรา 1629 (1) (3) (4 ) 
หรือ (6) ถึงแก่ความตาย...ถ้าบุคคลนั้นยังมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่...” เมื่อนายขาวเป็นบุตรของนายดำและตายก่อนนายดำ นายเหลืองซึ่งเป็นบุตรของนายขาว จึงเป็นผู้สืบสันดานและเป็นหลานของนายดำ แม้จะเป็นผู้สืบสันดานต่างชั้นกันแต่ก็เป็นทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของนายขาว เมื่อนายขาวตายก่อนที่จะรับมรดกของนายดำ สิทธิในการรับมรดกจึงตกทอดมายังนายเหลือง นายเหลืองจึงรับมรดกแทนที่นายขาวได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1639 ประกอบมาตรา 1631 ฉะนั้นมรดกของนายดำจึงตกทอดแก่นายแดงซึ่งเป็นบุตร และนายเหลืองซึ่งเป็นหลานในฐานะผู้รับมรดกแทนที่นายขาว/
               สำหรับทายาทโดยธรรมในลำดับอื่น จะนำมากล่าวในคราวต่อไป/...สวัสดีครับ


ว่าที่ ร.ต.เกษมศรี บัวเลิง (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
E-mail : kasemsri@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :