เรื่องที่ 129 ทนายสอนน้อง ...เรื่องไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เสียสิทธิอะไรบ้าง


               วันนี้คลินิกทนายขอมีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งครั้งนี้ซะหน่อย แม้จะไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ซักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าในฐานะนักกฎหมายสมควรมีหน้าที่ที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ ในเรื่องนี้ให้แก่ท่านผู้อ่านตามสามัญสำนึก ก็ขอทำหน้าที่ในห้องคลินิกทนายเล็กๆ แห่งนี้ แจ้งต่อท่านผู้อ่านที่สนใจซึ่งบางท่านอาจจะลืมไปแล้ว หรือบางท่านยังไม่ทราบว่าถ้าไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ท่านจะเสียสิทธิอะไรบ้าง ตามผมมาทางนี้เลย
               รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 กำหนดหน้าที่ของชนชาวไทยไว้ในมาตรา 68 
บัญญัติว่า “บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง”
               “เห็นไหมครับ รัฐธรรมนูญบัญญัติหน้าที่ของชนชาวไทยไว้ชัดเจนว่า มีหน้าที่ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ใช้เป็นบทบัญญัติที่บังคับโดยเด็ดขาด จะไปก็ได้ ไม่ไปก็ได้ ไม่ติดคุกครับ”
               “แล้วคนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งต้องมีอายุเท่าไหร่คะ” พนักงานสาวสวยในคลินิกทนายเดินผ่านมาสงสัย จึงร้องถาม ทนายจึงตอบไปว่า
               “ข้อ 1. ต้องมีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติมาต้องได้สัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
               ข้อ 2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 ม.ค. ของปีที่มีการเลือกตั้ง
               ข้อ 3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง”
               “แล้วคนที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งล่ะคะมีไหมคะ” พนักงานสาวสวยคนเดิมเริ่มรุกไล่ ทนายก็รุกขึ้นตอบทันใด
               “ก็คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช คนที่ถูกคุมขังโดยหมายศาลหรือโดยคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไงล่ะจ๊ะ”
               “แล้วคนที่มีสิทธิเลือกตั้งแล้วไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะได้ไหมคะ”
               “ไม่ได้นะจ้ะ ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง ก็ต้องแจ้งเหตุอันควรที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือที่เขตก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย 7 วัน หรือถ้าเป็นหลังเลือกตั้งก็ต้องแจ้งภายใน 60 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนอำเภอหรือเขตประกาศรายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุแต่แรก หนูจะได้ไม่เสียสิทธิของหนูนะ”
               การสนทนาระหว่างทนายหนุ่มกับพนักงานสาว เริ่มทำให้พนักงานสาวสวยเริ่มสงสัยและอยากจะรู้ต่อ
               “สิทธิของหนูที่จะต้องเสียคืออะไรคะ”
               “อยากรู้จริงๆ หรือเปล่าว่าต้องเสียอะไรบ้าง” ทนายความหนุ่มเริ่มจับประเด็นของพนักงานสาวสวยได้ จึงเริ่มหาช่องทาง
               “อยากรู้จริงๆ พี่ช่วยบอกเถอะนะ”
               “เอา...ถ้าอยากรู้ก็จะบอก การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542 มาตรา 23 ดังนี้คือ
                       1. สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น
                       2. สิทธิในการร้องคัดค้านการเลือกตั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
                       3. สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น
                       4. สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
                       5. สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
                       6. สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
                       7. สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอนบุคคล ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
                       8. สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
               การเสียสิทธิทั้ง 8 ข้อดังกล่าวนี้ มีกำหนดตั้งแต่ครั้งที่ผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งครั้งต่อไปที่ผู้นั้นไปใช้สิทธิ”
               “เป็นไง...เข้าใจหรือยังว่าไม่ไปเลือกตั้งนะเสียสิทธิหลายอย่างเลยนะ รู้แล้วก็ต้องไปใช้สิทธิกันให้เกิน 50% เลย ถ้าไม่รู้จะเลือกใครก็ไปกากบาทตรงช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” กันเยอะๆ ดูซิว่ามันจะออกไหม”


ชินโรจน์ ศรัณย์สมบัติ (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
E-mail : chinarot@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :