เรื่องที่ 1232 ทนายสอนน้อง ...เรื่อง กระบวนการดึงอ้อยจากปากช้าง (1)


               สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ  เมื่อคราวที่แล้วผมได้กล่าวถึง “การให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว  ปลอดภัยแน่หรือ”  และต้องขอเรียนท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับว่าบทความต่างๆเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการที่ผมนำมาลงเผยแพร่ให้ท่านผู้อ่านรับทราบกันนั้น  ผมนำเอามาจากหนังสือคู่มือฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกหนี้และเจ้าหนี้  ที่ทางทีมทนายความผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ  ท่านได้เขียนลงในคอลัมภ์กฎหมายเศรษฐกิจ  ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  ที่ลงทุก ๆ วันศุกร์ของสัปดาห์เอาไว้  หากท่านผู้อ่านท่านใดสนใจก็สามารถหาซื้อเก็บเอาไว้เป็นคู่มือในการทำงานหรือเป็นคู่มือสำหรับศึกษาได้นะครับ
               สำหรับวันนี้ผมก็ขอนำบทความอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับกระบวนการที่น่าจะเรียกได้ว่า  “ดึงอ้อยจากปากช้าง”  มาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน  ทั้งนี้ก็เพื่อจุดประสงค์ที่จะเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในทางปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการฟื้นฟูกิจการ   
               ท่านผู้อ่านคงจะคุ้นเคยกับสำนวนไทยนี้ดี  การดึงอ้อยจากปากช้างจึงเป็นเรื่องต้องห้ามที่วิญญูชนไม่พึงกระทำอย่างเด็ดขาด  เพราะหากทำอย่างนั้นคงจะเละกันไปข้างหนึ่งซึ่งไม่ใช่ข้างช้างอย่างแน่นอน  เข้าใจใช่ไหมครับ
แต่ในทางกฎหมาย  เรามีกระบวนการหนึ่งที่อาจจะเทียบได้กับการดึงอ้อยออกจากปากช้าง  คือ  การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว  เช่น  เพิกถอนการโอนทรัพย์สิน  เพิกถอนการชำระหนี้  เพิกถอนการจดจำนอง  ฯลฯ  และผู้ที่มีสิทธิดึงอ้อยจากปากช้างหรือขอเพิกถอนก็มีหลายคน  เช่น  เจ้าหนี้  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์  ผู้ทำแผน  หรือ  ผู้บริหารแผน  แล้วแต่กรณี
               มีผู้มีสิทธิดึงอ้อยจากปากช้างหลายคน  แต่กฎหมายให้สิทธิดึงทีละคน  ไม่ใช่ช่วยกันดึง  เช่น  ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำหน้าที่ดึงแล้ว  กฎหมายก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่แทนเจ้าหนี้  ซึ่งไม่มีสิทธิดังกล่าวในคดีล้มละลายอีก  หรือถ้าผู้ทำแผนใช้สิทธิแล้ว  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะไม่ใช้สิทธิดังกล่าวซ้ำซ้อนอีก  เป็นต้น
การเพิกถอนนี้มีทั้งการเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  237  และเพิกถอนตาม  พรบ.ล้มละลาย  มาตรา  113,114  และ  115  และต่อมาเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายล้มละลาย  โดยเพิ่มเรื่องการฟื้นฟูกิจการ  ก็ได้มีการเพิ่มการเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้วอีก  2  มาตรา  คือ  มาตรา  90/40  และมาตรา  90/41  
               การที่ต้องบัญญัติเรื่องการเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้วไว้หลายมาตราก็เพื่อให้ครอบคลุมถึงข้อเท็จจริงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบทั้ง ๆ  ที่ทุกมาตราต่างก็มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ  การสร้างความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทุกรายนั่นเอง
               ตัวอย่างข้อเท็จจริงของการดึงอ้อยจากปากช้าง  ได้แก่
               1) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว  คือ  มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน  หากลูกหนี้นำที่ดินไปจด
จำนองให้แก่เจ้าหนี้รายหนึ่งเป็นเหตุให้เจ้าหนี้อื่นไม่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเพื่อชำระหนี้บ้าง  ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาของลูกหนี้ว่ามุ่งหมายให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนองได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น  ศาลเพิกถอนการจำนองได้
               ธนาคารใดจะจดทะเบียนรับจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้  ก็กรุณาตรวจสอบสถานะทางการเงินของลูกหนี้ให้ดีก่อน
               2) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว  แต่เลือกชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้บางรายไม่ว่าจะเป็นเจ้า
หนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ก็ตาม  ถือเป็นการให้เปรียบเจ้าหนี้บางราย  ศาลเพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าวได้
เรื่องนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริง ๆ  ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา  ก็จะได้รับหมายบังคับคดี  และถ้ายังไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับคดี  ก็อาจถูกจับกุมและกักขังแต่ถ้าชำระหนี้ตามคำพิพากษาไป  การชำระหนี้นั้นก็อาจถูกเพิกถอนได้อีก  ฟังแล้วกลุ้ม
               3) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและโอนทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้บางรายไม่ว่า
ก่อนหรือหลังถูกฟ้องล้มละลายเพียงไม่กี่วัน  เป็นการให้เปรียบแก่เจ้าหนี้ผู้รับโอน  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเพิกถอนการโอนได้
               ในการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ปัจจุบัน  ธนาคารมักจะจำยอมต้องรับโอนทรัพย์สินของลูกหนี้แทนการชำระหนี้  หรือที่เรียกว่าตีทรัพย์สินชำระหนี้เพราะลูกหนี้ไม่มีเงิน  เมื่อรับโอนแล้ว  ก็คงต้องภาวนาอย่าให้ลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลาย  มิฉะนั้น  การโอนนั้นก็อาจถูกเพิกถอนได้
               สำหรับในครั้งต่อไปเรามาดูตัวอย่างของการพยายามดึงอ้อยจากปากช้างแต่ไม่สำเร็จกันบ้าง

               “คำว่า  “พอดี”  คือ  ถ้า  พอ  แล้วจะ  ดี  ดังนั้น  รู้จักพอจะมีชีวิตอย่างมีความสุข”  
สวัสดีครับ
อนิรุทธ์  พิริยศักดิ์มนตรี (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
e-mail : anirut_com@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :