เรื่องที่ 116 ทนายสอนน้อง ...เรื่องพรากผู้เยาว์


               จับตัวได้แล้วนักร้องดัง ข้อหาพรากผู้เยาว์ ผู้เขียนเห็นข่าวในทางโทรทัศน์แล้ว จึงตั้งข้อสังเกตว่า แค่ออกหมายจับบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง เหตุใดต้องประโคมข่าวใหญ่โต ...ที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการดับกระแสข่าวทางการเมืองหรือไม่ หรือต้องการสร้างกระแสความนิยมในตัวนักร้องดัง หรือสร้างความนิยมในนางแบบสาว แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม การออกหมายจับบุคคลคนหนึ่งนั้น ก็น่าจะกระทำอย่างลับ ปกปิด ไม่เปิดเผยจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตอย่างที่เห็นในทางโทรทัศน์ หรือตำรวจต้องการผลงาน ทั้งที่นักร้องดังก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน สาธยายมามากก็มาเข้าเรื่องพรากผู้เยาว์คืออะไร
               ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 บัญญัติว่า “ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท”
               ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท”
               มาตรา 319 บัญญัติว่า “ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่ออนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท”
               คำว่า พราก หมายความว่า เมื่อผู้เยาว์จากไปพ้นจากผู้ปกครอง บิดามารดา หรือผู้ดูแล โดยการพาหรือแยกจากที่ผู้เยาว์อยู่ด้วย จะทำโดยวิธีใดก็ได้ไม่จำกัด แม้เพียงแต่แนะนำชักชวน เช่น ให้หญิงหนีบิดามารดาไปเที่ยวหรือนัดให้ไปพบก็เป็นการพาไป นัดพบตรงที่แห่งใดแห่งหนึ่งแล้วพาไป ไม่ว่าหญิงจะมาพบเองหรือมีคนอื่นพามา เหล่านี้เป็นพฤติการณ์จากการกระทำของผู้ที่หญิงไปด้วย จึงเป็นการพาไป ตามความหมายของมาตรา 318, 319 แล้ว
               ผู้เยาว์ คือ บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งได้แก่ ผู้ที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ และไม่รวมถึงชายหญิงที่สมรสเมื่ออายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว หรือศาลอนุญาตให้ทำการสมรส บุคคลที่ถูกพรากจึงต้องเป็นทั้งผู้เยาว์และมีอายุ 15 ปี ถึง 18 ปี ถ้าพ้นสภาวะผู้เยาว์แล้วก็เป็นอิสระแก่ตัว ไม่อยู่ในความปกครองดูแลที่จะพรากได้
               จากกรณีมาตรา 318 การพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี ไม่เกิน 18 ปี โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจก็มีความผิดแล้วครับ โทษจำคุก 2 ปี ถึง 10 ปี
               และหากพาหญิงไปเพื่อการอนาจารหรือเพื่อหากำไร โดยหญิงไม่เต็มใจ เพิ่มโทษครับ..เป็นจำคุก 3 ปี ถึง 15 ปี ซึ่งผู้เยาว์ในที่นี้จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นหญิงที่ถูกกระทำ
               จากกรณีมาตรา 319 การพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี ไม่เกิน 18 ปี โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย เพื่ออนาจารหรือเพื่อหากำไร จำคุก 2 ปี ถึง 10 ปี เหมือนกับมาตรา 318 แม้ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยแต่ไปเพื่ออนาจาร ก็มีความผิดพรากผู้เยาว์ตามมาตรานี้ครับ หรือผู้เยาว์ไปเพื่อหากำไร เช่นเดียวกับการค้าประเวณี ฯลฯ หากผู้เยาว์เต็มใจไปโดยมิใช่เพื่ออนาจารหรือเพื่อหากำไร...จะผิดไหม...?
               หากเป็นการพาผู้เยาว์และผู้เยาว์เต็มใจไป โดยมิใช่พาไปเพื่ออนาจารหรือหากำไร ก็ไม่มีความผิดครับ เช่น นาย ว. พาเด็กหญิง ล. อายุ 15 ปี ไปโดย ล. สมัครใจ โดยความรักใคร่คิดจะเลี้ยงเป็นภริยา หรือ
               นาย ว. พาหญิง 17 ปี ไปอยู่ในบ้านเพื่อเป็นภริยา อยู่ได้ 20 วัน แล้วพากลับมาบ้านหญิง โดยขอขมาบิดามารดาหญิง และพักอยู่บ้านหญิงอยู่กันประมาณ 10 วัน พฤติการณ์ดังกล่าวของนาย ว. จำเลยย่อมถือได้ว่าจำเลยพาผู้เยาว์ไปเพื่อเป็นภริยา มิใช่เพื่ออนาจาร ไม่มีความผิดพรากผู้เยาว์ (ฎีกาที่ 1262/2513)
               และการกระทำดังกล่าวมิใช่เป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจปกครองของมารดา และกรณีเช่นนี้ต้องไม่ปรากฏว่าชายมีภริยาอยู่แล้ว
               จากกรณีนักร้องดังอาจมีการนัดไปพบกัน ณ ที่ใดที่หนึ่ง หากนักร้องดังพาไปหรือนางแบบสาวเต็มใจไปด้วย เมื่อมีการร่วมประเวณี นักร้องดังย่อมมีความผิดพรากผู้เยาว์ เพราะเป็นการพาหญิงไปเพื่ออนาจารโดยหญิงเต็มใจ แต่ต้องดูว่าผลการตรวจเลือดบุตรและเลือดทั้งสามคนตรงกันหรือไม่ หากตรงกันก็ยืนยันได้ว่า บุตรนางแบบสาวเป็นบุตรของนักร้องดังด้วย เมื่อเป็นบุตรนักร้องดังเท่ากับว่า นักร้องดังได้ร่วมประเวณีกับนางแบบสาวจริง แม้เป็นการเต็มใจแต่นักร้องดังไม่คิดที่จะนำไปเป็นภริยา นักร้องดังมีสิทธิติดคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 10 ปีนะครับ ทั้งนี้เพราะนางแบบสาวยังเป็นผู้เยาว์อยู่
               แต่ในขณะพบกันคงไม่มีใครถามหรอกว่าอายุเท่าไร เมื่อเกิดเรื่องแล้วไม่รับผิดชอบ จึงเกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา หากนักร้องดังรับว่าเด็กเป็นบุตรแล้วก็คงจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ในทางคดีความนักร้องดังก็สามารถที่จะต่อสู้คดีได้เช่นกัน ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา แต่จะต่อสู้อย่างไรเป็นเรื่องของทนายความและข้อเท็จจริงครับ
               แต่ถ้านักร้องดังต่อสู้จนคดีชนะว่าไม่มีความผิด และผลตรวจเลือดเด็กไม่ตรงกับนักร้องดังแล้ว นักร้องดังจะได้อะไรกลับคืนมาหรือทั้งสองคนจะได้อะไร เพราะเป็นเหยื่อของสื่อไปหมดแล้ว ทั้งสองคนคงมีแต่ทุกข์และทุกข์...และทุกข์
               แต่ถ้านักร้องดังพิสูจน์ในศาลไม่ได้ว่าตนไม่ผิดและศาลลงโทษ นักร้องดังอาจร้องขอต่อศาล เพื่อไม่ให้ลงโทษได้ โดยขอให้ศาลอนุญาตสมรสกับนางแบบสาว หรือรับเด็กเป็นบุตร หากนางแบบสาวยินยอมและมารดานางแบบสาวยินยอมด้วย เพราะคดีพรากผู้เยาว์เป็นคดีพรากไปจากบิดามารดา บิดามารดาเป็นผู้เสียหายด้วย นักร้องดังต้องสอบถามบิดามารดาของนางแบบสาวด้วยว่ายินยอมหรือไม่ เพราะคดีพรากผู้เยาว์เป็นคดีอาญาแผ่นดินและไม่ใช่คดีความผิดอันยอมความได้ ศาลจึงจะรอการลงโทษให้ได้แต่ไม่ใช่ไม่มีความผิด เพียงแต่ได้รับการบรรเทาโทษเท่านั้นนะครับ หากบิดามารดาและนางแบบสาวไม่ยินยอม...มีสิทธิไปไกลครับ (ห้องกง).../สวัสดีครับ


ว่าที่ ร.ต.เกษมศรี บัวเลิง (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
E-mail : kasemsri@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :