เรื่องที่ 1066 ทนายสอนน้อง ...เรื่อง การโอนหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่เป็นนอมินี


               คำถาม
               ดิฉันทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ เมื่อ 10 ปีก่อน เจ้านายได้เปิดบริษัทนี้ขึ้นมา โดยมีนาง ก.เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (51%) นาง ก.เป็นผู้รับจดทะเบียนบริษัทและเป็นผู้ทำบัญชีให้บริษัท ไม่มีการทำสัญญากู้ยืมเงินหรือสัญญาอื่นใดกับนาง ก.เลย
               ขณะนี้บริษัทต้องการให้นาง ก. โอนหุ้นส่วนของนาง ก. คืน แต่นาง ก. ปฏิเสธและเรียกร้องค่าหุ้นจากบริษัท
               บริษัทมีสำเนาหนังสือโอนหุ้นของนาง ก. แต่ว่าลงวันที่ไว้ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว และบริษัทมิได้ทำการแก้ไขรายชื่อผู้ถือหุ้นโดยเอานาง ก. ออกแต่อย่างใด
               นาง ก. ไม่เคยนำเงินสดมาลงทุนในกิจการ
               จึงอยากทราบว่าบริษัทมีทางที่จะได้หุ้นคืนจากนาง ก. หรือไม่ อย่างไร
               ตอบคำถาม
               ตามคำถามมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาอยู่ 3 กรณี กล่าวคือ 
               ประเด็นที่ 1 การโอนหุ้นมีผลสมบูรณ์บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ 
               ประเด็นที่ 2 การโอนหุ้นได้ลงวันที่ไว้ 5 ปีแล้ว แต่ทางบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนตามความเป็นจริง จะมีผลอย่างไร
               ประเด็นที่ 3 นาง ก. เป็นผู้ถือหุ้นมา 5 ปีกว่าแล้ว จะเข้าข้อกฎหมายเรื่องครอบครองปรปักษ์หรือไม่

               ประเด็นที่ 1 ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1129 ได้บัญญัติเรื่องการโอนหุ้นไว้ว่า หุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่หุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นและมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็น    อย่างอื่น
               การโอนหุ้นต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานอย่างน้อย 1 คน รับรองลายมือชื่อ และระบุหมายเลขหุ้นที่โอนไว้ด้วย
               ตามบทกฎหมายข้างต้น การโอนหุ้นจะสมบูรณ์จะต้องมีสาระให้ครบตามกฎหมาย ถ้าเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อ การโอนหุ้นก็ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทก่อน แต่ถ้าข้อบังคับของบริษัทกำหนดการโอนหุ้นไว้ เช่น การโอนหุ้นต้องได้การอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ก่อน หรือการโอนขายหุ้นของผู้ถือหุ้นจะต้องเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน เช่นนี้ ก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ
               ดังนั้น จึงต้องพิจารณาหนังสือโอนหุ้นดังกล่าวว่าได้ทำตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบังคับไว้หรือไม่ หากไม่ได้ทำตามกฎหมายการโอนหุ้นนั้นเป็นโมฆะ ไม่สามารถบังคับได้
               ประเด็นที่ 2 การโอนหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นกับบุคคลภายนอก หากบริษัทไม่รับทราบการโอนนั้นด้วย การโอนหุ้นดังกล่าวจะใช้ยันกับบริษัทไม่ได้ บริษัทจะยึดถือตามทะเบียนผู้ถือหุ้น และการโอนหุ้นก็ไม่อาจใช้ยันกับบุคคลภายนอกได้เช่นกัน โดยบุคคลภายนอกจะยึดถือตามทะเบียนผู้ถือหุ้น (ป.พ.พ.มาตรา
1129 และ มาตรา 1141) แต่ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนหุ้นนั้น แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนก็สามารถบังคับกันได้ โดยผู้ขายหุ้นย่อมถือหุ้นในฐานะเป็นตัวแทนของผู้ซื้อหุ้น ซึ่งกรณีการจดทะเบียนการโอนหุ้นนั้น
กฎหมายไม่ได้กำหนดเวลาบังคับให้บริษัทต้องลงทะเบียนการโอนหุ้น ปฏิเสธการโอนหุ้น และออกใบหุ้นใหม่ไว้ ดังนั้น หากผู้โอนไม่ดำเนินการจดทะเบียนการโอนหุ้นให้กับผู้รับโอน ผู้รับโอนสามารถฟ้องบังคับให้ผู้โอนดำเนินการจดทะเบียนการโอนหุ้นให้ได้
               ประเด็นที่ 3 ต้องพิจารณาว่านาง ก. ยึดถือหุ้นไว้ในฐานะเป็นผู้แทนของผู้รับโอน หรือยึดถือไว้โดยเจตนาจะเป็นเจ้าของ
               ถ้ายึดถือไว้ในฐานะเป็นผู้แทนของผู้รับโอน แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ นาง ก. ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน (หุ้น) ที่ยึดถือไว้นั้น 
               แต่ถ้านาง ก. ยึดถือทรัพย์สิน (หุ้น) ไว้โดยเจตนาจะเป็นเจ้าของ ถ้าได้ครอบครองหุ้นซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี นาง ก. ได้กรรมสิทธิ์ในหุ้นนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1382   แม้การครอบครองนั้นจะได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือ โดยการแย่งการครอบครองของผู้อื่นก็ตาม 
               ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า ตามข้อเท็จจริงนาง ก. ยึดถือหุ้นไว้โดยมีเจตนาจะเป็นเจ้าของ และได้ยึดถือมาเป็นเวลาเกินกว่า 5 ปีแล้ว นาง ก. จึงได้กรรมสิทธิ์ในหุ้นโดยการครอบครองปรปักษ์ บริษัทไม่อาจฟ้องบังคับให้นาง ก. จดทะเบียนโอนหุ้นให้กับบริษัทได้ ตามประเด็นที่ 2 และที่ 3 แต่ถ้าบริษัทพิสูจน์ได้ว่า
นาง ก. ยึดถือหุ้นไว้ในฐานะตัวแทนของบริษัทเท่านั้น นาง ก. ก็จะไม่ได้กรรมสิทธิ์ในหุ้นดังกล่าว

จงรักษ์    พรมศิริเดช  (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
e-mail : jongrak@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :