เรื่องที่ 1056 ทนายสอนน้อง ...เรื่อง พยานบอกเล่า


               ความหมายของพยานบอกเล่า
               พยานบอกเล่าคือ  คำให้การหรือคำกล่าวเพื่อพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงใดๆ อันตนมิได้รู้เห็นมาเอง หากแต่ได้ยินได้ฟังผู้อื่นเขาเล่าข้อเท็จจริงนั้นมาอีกทอดหนึ่ง
               คำกล่าวของบุคคลหนึ่งจะเป็นพยานบอกเล่าต่อเมื่อเป็นพยานที่นำมาเพื่อพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงนั้นๆ  แต่ถ้านำมาเพื่อพิสูจน์แต่เพียงว่า คนๆหนึ่งได้พูดว่าอย่างไรกับตนแล้วจะไม่ถือเป็นพยานบอกเล่าแต่ถือเป็นพยานโดยตรง เช่น ข้อความที่ ก. บอกแก่ ข. นอกศาลว่า ค ต่อย ง และ ข. เอาข้อความนั้นมากล่าวซ้ำในศาลนั้นเองที่เป็นพยานบอกเล่า หาใช่ตัว ก ผู้เล่าข้อความเป็นคนแรกหรือ ข ผู้เป็นพยานบอกเล่าข้อความ แต่ในทางปฏิบัติมักจะไม่ได้แยกกันชัดเจน โดยมักจะถือว่า ข เป็นพยานบอกเล่า ทำนองเดียวกับเมื่อกล่าวถึงพยานบุคคล มักจะมุ่งไปที่ตัวบุคคลผู้เบิกความ ยิ่งกว่าคำเบิกความของพยาน เช่น โจทก์ขอสืบพยานข้อที่จำเลยรับต่อตำรวจว่าได้สมคบลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นไม่ให้สืบว่าเป็นพยานบอกเล่า ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นพยานโดยตรง พิพากษากลับให้สืบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ว่าจำเลยได้พูดเช่นนั้นกับตำรวจผู้ไปจับกุมหรือไม่เป็นพยานชั้น 1 เพราะตำรวจซึ่งจะมาเบิกความเป็นผู้ได้ยินจำเลยกล่าวเอง แต่ในข้อที่ว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนั้นเป็นความจริงหรือไม่ เป็นพยานบอกเล่า เพราะการที่จำเลยมาบอกกับตำรวจว่า ตนสมคบลักทรัพย์ จำเลยได้สมคบลักทรัพย์จริงหรือไม่ตำรวจไม่เห็น เป็นแต่ได้ทราบจากคำของจำเลย ความประสงค์ที่จำเลยขอสืบก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้สมคบลักทรัพย์จริง ฉะนั้น คำของตำรวจที่จะสืบในทางนี้จึงเป็นพยานบอกเล่า ไม่ใช่พยานชั้น 1 ดังศาลอุทธรณ์เข้าใจไม่ แต่ถึงจะเป็นพยานบอกเล่าก็ไม่ใช่รับฟังไม่ได้ดังศาลชั้นต้นเข้าใจ เพราะคำของจำเลยเป็นถ้อยคำซึ่งปรักปรำตนเอง  (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2488)
               กรณีถ้อยคำของพยานเองที่เคยกล่าวครั้งก่อน หากพยานเบิกความต่อศาลว่าได้กล่าวถ้อยคำนั้นไว้ก่อนอย่างไร ถ้อยคำที่พยานเบิกความไว้ถือเป็นพยานบอกเล่าเช่นกัน การห้ามรับฟังพยานชนิดนี้เรียกว่าข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องที่เคยเล่าหรือข้อห้ามเกี่ยวกับข้อความที่สนับสนุนตนเอง แต่ตามกฎหมายไทยไม่ถือเป็นพยานบอกเล่า 

คมสัน  พิทยาภา  (ทนายความ)
www.fpmconsultant.com
e-mail : komsan@fpmconsultant.com

อีเมล์ผู้ส่ง
อีเมล์เพื่อน
ข้อความ :